ถ้าพูดถึงสีเหลือง หลายคนก็คนนึกถึงเช้าวันใหม่ ความสดใส ร่างเริง ความอบอุ่น อะไรก็ว่าไปตามแต่ๆละคนจะจิตนาการ แต่ละชนาชาติก็มีความเชื่อเกี่ยวกับสีเหลืองแตกต่างกันไป วันนี้เรารวมรวมความเชื่อเหล่านั้นมาให้คุณแล้ว คุณจะได้ไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินไปศึกษาด้วยตนเองให้เสียเวลา พร้อมแล้วตามาคะ >>>>

สาหรีสีเหลือง 6 วัน

เริ่มที่ความเชื่อของชาวอินเดียเลยคะ ต้องเกริ่นก่อนว่า คนไทยเรามีความเชื่อว่าก่อนจะมีงานสำคัญๆ ในชีวิตอย่างแต่งงาน รับปริญญา หรือบวชเนี๊ย จะเป็นช่วงดวงตก อาจจะประสบอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งคนอินเดียเองก็มีความเชื่อเรื่องนี้เช่นเดียวกัน โดยสาวอินเดียที่กำลังจะแต่งงาน เขาจะนุ่งซาหรี่สีเหลืองก่อนวันงาน 6 วัน เพราะช่วงนี้ว่าที่เจ้าสาวจะเนื้อหอม เหล่าภูผีปีศาจจะมาจ้องทำร้าน  การนุ่งสาหรี 6 วัน ก็เพื่อจะช่วยคุ้มครอง ปกป้อง ว่าที่เจ้าสาวจากอันตรายทั้งปวงนี้แหละคะ

ประตูบ้านสีเหลือง

ในศตวรรษที่ 10 ในประเทศฝรั่งเศษ บ้านไหนที่ประตูบ้านถูกทาด้วยสีเหลือง ถือว่าเป็นความอัปยศของเจ้าของบ้านอย่างมาก เพราะ การทาประตูบ้านสีเหลืองเปรียบว่าเป็นการประจานว่า เป็นคนขายชาติ ซึ่งประตูที่ห้องขังเองก็ถูกทาด้วยสีเหลืองเช่นกัน ดังนั้น คนฝรั่งเศษจึงมีความเชื่อว่า สีเหลืองก็คือสีแห่งการทรยศหักหลังนั้นเองคะ

เหลืองทั้งตัวด้วยขมิ้น

ขมิ้นเป็นพืชสมุนไพร ที่มีสรรพคุณหลากหลาย แต่ที่แปลกและเชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยได้ยิน สรรพคุณนี้ของขมิ้นก็ คือ ขมิ้นมีสรรพคุณในการไล่ผี อันนี้เป็นความเชื่อของชาวอินเดียคะ บ้านไหนที่พ่อบ้านตาย คุณแม่บ้านก็ต้องนำขมิ้นมาทาตัวให้เหลืองไปทั้งตัวเลยคะ เพื่อไม่ให้สามีมาตามหลอกหลอน และเอาไปอยู่ด้วยคะ

เรือสีเหลือง

การออกเรือไปหาปลานั้น เสี่ยงต่ออากาศแปรปวน พายุโหมกระหน่ำ ซึ่งทั้งหมดก็นำมาซึ่งอันตรายทั้งสิ้น ดังนั้นชาวมาเลเซียจึงทาเรือเป็นสีเหลือง เพื่อเมือเทพเห็นเข้าจะช่วยคุ้มครอง ให้ทั้งคนและเรือรอดพ้นปลอดภัยคะ ^^

เสื้อเหลืองบำบัดโรค

ในสมัยก่อนคนที่เป็นโรค ไต เบาหวาน ดีซาน หรือป่วยทางจิต หมอก็จะแนะนำให้ใส่เสื้อสีเหลือ เพราะเสื้อสีเหลืองจะช่วยทำให้คนใส่รู้สึกสดใส และทำให้ฟื้นตัวเร็วด้วยคะ

สำหรับคนไทยเองสีเหลืองก็คือสีแห่งความสว่างไสว เพราะเป็นตัวแทนของพระพุทธศาสนา รวมถึงยังเป็นสีประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกด้วยแหละคะ แล้วสีเหลืองสำหรับเพื่อนๆหละคะ หมายความว่าอย่างไร

วันนี้ขอแนะนำเพื่อนๆปยังสถานที่สุดแสนอัศจรรย์ใจ ที่ถ้าใครมีโอกาศซื้อตั๋วเครื่องบินไปประเทศญี่ปุ่น ไม่ควรพลาดเลยกับ การชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ เกียวโตคะ

ใบไม้เปลี่ยนสีจะเกิดขึ้นช่วงฤดูใบไม้ร่วง ในเมืองเกียวโต อดีตเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นที่ตั้งของ ภูเขาไฟขึ้นชื่อของ ประเทศญี่ปุ่น อย่างภูเขาไฟฟูจิ ด้วยแหละคะ

“เกียวโต” มีสิ่งสวยงามทางธรรมชาติมากมาย ที่รอคุณไปสัมผัสอยู่ ซึ่งช่วงที่คนนิยมไปเที่ยวเกียวโตกันก็คือ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง และใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นหน้าเบ่งบานของดอกซากุระคะ

เขตอะระชิยะมะ (Arashi-yama) เป็นสถานที่ๆคนนิยมแห่กันไปชมใบไม้เปลี่ยนสีมากที่สุด ที่ขึ้นชื่อที่สุดก็ คือ ใบไม้แดง “อะระชิยะมะ”

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี จะอยู่ในช่วงกลางเดือน พ.ย. ไปจนถึงสิ้นเดือนนั้นเอง ใบไม้สีเขียวจะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีแดง สีส้ม ให้ความรู้สึกเหมือน กำลังชมดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอยู่ที่ปลายกิ่งไม้

ถ้าเพื่อนมีโอกาสได้ไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ก็อย่าลืมไปชมความงามของวัดวาอารามเก่าแก่ของที่นี้ด้วยนะคะ ขอบอกว่าสวยจริงๆ และที่สำคัญ อย่าลืมไปถ่ายรูปที่สะพานโทเง็ทสึเคียว ซึ่งจะมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟโทร็อกโกะ ด้วยแหละคะ อย่าลืมะ ^^

วันนี้พาเพื่อนๆไปยังสถานที่ๆมหัศจรรย์ที่ ธรรมชาติสร้างขึ้นอีกแล้วคะ ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินไปที่ไหนนะหรอคะ? คราวนี้เราจะพาทุกท่านไปที่ประเทศเอกาดอร์ ที่หมู่เกาะกาลาปาโกส คะ

หมู่เกาะกาลาปาโกส เป็นหมู่เกาะกลางมหาสมุทรแฟซิฟิก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของประเทศเอกวาดอร์ หมู่เกาะนี้เกิดจากสะสมตัวของลาวาภูเขาไฟเมื่อ 7-9 ล้านปีก่อน

หมู่เกาะกาลาปาโกสประกอบด้วยเกาะใหญ่ 5 เกาะ และเกาะขนาดกลาง 8 เกาะรวมถึงเกาะเล็กๆอีก 6 เกาะ และเกาะแกร่งเล็กๆตามโขดหินกลางทะเลอีก 40 แห่ง ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 7994 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ทะเล 595000 ตารางกิโลเมตร

เนื่องจากระบบนิเวศน์ที่ดีมาก ทำให้ที่นี้อุดมสมบูรณ์ และกลายเป็นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิด เมื่อมีสัตว์ชุกชุมก็มีการล่าเกิดขึ้น ทำให้บริเวณนี้สัตว์โดนจับจนใกล้สูญพันธ์ ทำให้เกาะกาลาปาโกส ได้ถูกเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลก และจัดว่าอยู่ในสภาวะเสี่ยงอันตรายด้วย

ยังไงเพื่อนๆคนไหน มีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาะกาลาปาโกส ก็อย่าลืมรักษาสภาพแวดล้อมที่นี้ด้วยนะคะ อย่าทำลาย เดียวเด็กรุ่นหลังจะไม่มีที่เที่ยวสวยๆงามๆ แบบนี้อีกนะคร้า ^^

หลายคนที่มีตั๋วเครื่องบินเที่วรอบยุโรปอยู่ในมี ก็คงกำลังนั่งรอนับถอยหลังวันเดินทางกันอยู่ใช่ไหมหละคะ ซึ่งการไปท่องเที่ยวก็ต้องระมัดระวังตัวเองเช่นกัน ซึ่งยุโรปที่หลายคนมองว่าเป็นเมืองผู้ดี เมืองที่เจริญแล้วคงไม่ค่อยอันตราย แต่…คิดผิดคะ เรามาดูกันว่าเดินทางไปยุโรป เราต้องระมัดระวังตัวเรื่องอะไรบางมาดูกันคะ

มิจฉาชีพ

อันนี้เป็นเบสิคมากคะ มีอยู่ให้เห็นทุกที แม้แต่ในเมืองที่เจริญแล้ว ก็ยังมีพวกกาฝากไม่รู้จักทำมาหากินสุจริต เที่ยวหลอกลวงชาวบ้าน แล้วก็ไม่เคยสนใจความเดือดร้อนที่เราได้รับ ซึ่งจริงๆแล้วที่ยุโรปก็มีการป้องกันพวกมิฉาชีพ แต่อย่างว่าพวกนี้เป็นพวกตัวแสบหลบเหลี่ยงได้ เราต้องระวังตัวดีๆนะคะ

ปารีส ประเทศฝรั่งเศษ จะมีพวกกรีดกระเป๋า ซึ่งแฝงตัวอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งหน้าพระราชวังแวร์ซานส์ รถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อนๆ ต้องระมัดระวังดีๆคะ

มิลาน โรม อิตาลี พวกมิฉาชีพจะแอบซ่อนตัวตามรถไฟใต้ดิน แล้วก็ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ พวกนี้จะมาในรูปของยิปซีแต่งตัวรุ่มร่าม หรือเป็นคนผิวสี ซึ่งจะเขามาขอผูกข้อมือเรา และคิดค่าผูกด้วยราคาที่สูงมากกกก

แมดริค บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เป็นประเทศที่รู้กันว่า มีมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ในปริมาณค่อนข้างเยอะ รูปแบบก็คือวิ่งราว ฉกกระเป๋า หรือทุบกระจกรถขโมยทรัพย์สินคะ

ตกรถ

คือระบบขนส่งของยุโรปเนี๊ย จะตรงเวลามาก ถ้าตารางบอกไว้ 18.30 พอเวลา 18.30 ปุ๊บ รถก็จะมาจอดที่สถานนีปั๊บ แต่ในวันที่เกิดแอกซิเดน ก็อาจจะเลทบาง 5-10 นาทีไม่เกิน แต่ทางที่ดีเพื่อนๆไปตรงเวลาแหละ ดีที่สุดคร้า

โดนดูถูก

คือชาวยุโรปเขาชอบคิดเองเออเองว่า ผู้หญิงผิวคล้ำเนี๊ยจะเป็นผู้หญิงอย่างว่าไปซะหมด ก็ชอบมาทำตัวรุ่มราม รวมถึงสายตาที่ดูถูกเหยียดยาม ถ้าใครโดนก็มองกลับไปเลยคะ ถ้าทนไม่ไหวก็ด่าไปเลย

หมดตัว

อันนี้ไม่ได้เกิดจากการหลอกลวงแต่อย่างไร แต่เพราะของที่ยุโรปราคาค่อนข้างสูง แถมก็เป็นของแบรนด์เนมยี่ห้อดัง ก็เลยช็อปกระจายไปสักกะหน่อย สุดท้ายเงินก็เลยเกลี้ยงกระเป๋า ยังไงใช้อะไรก็คิดคำนวณดีๆแล้วกันนะคร้า ^^

ติดใจ

อันนี้อย่าไปซีเรียสแค่ขำ คือเขาว่ากันว่าใครที่เคยซื้อตั๋วเครื่องบินมาเที่ยวยุโรปแล้ว ต้องยอมเสียค่าตั๋วเครื่องบินอีกครั้งเพื่อกลับมา เพราะที่นี้สวยจริงคะ แต่เพื่อนๆก็ไม่ต้องคิดอะไรมากสบายๆ ถ้าติดใจมีงินก็กลับมาเที่ยวอีกครั้งก็ไม่มีใครว่าอะไรจริงไหมคะ ^^

ไม่ใชแค่ยุโรปเท่านั้นนะคะที่เพื่อนๆต้องระมัดระวัง ไม่ว่าไปประเทศไหนก็มีพวกไม่หวังดี และอันตรายอยู่ทั้งนั้น ทางที่ดีเพื่อนๆก็ควรระมัดระวังตัวเองไว้เป็นดีที่สุดแหละคะ ^^

เยอรมันเป็นอีกประเทศหนึ่งในยุโรป ที่ปีๆหนึ่งมีคนซื้อตั๋วเครื่องบินไปเยื่อนติดอันดับต้นๆ เพราะฉนั้นวันนี้เรามาเรียนรู้ ความเป็นคนเยอรมันกันเถอะคะ ^^

เมื่อถูกแนะนำให้รู้จักกับใคร เราต้องยืนมือไปจับมือกับเขาด้วย เพื่อแสดงความมีมิตรภาพ ซึ่งถ้าไม่จับมือจะถือว่าไม่สุภาพมากๆคะ

คนเยอรมันเป็นอีกชาติหนึ่งที่ชอบดื่มเบียร์มากคะ และก่อนดื่มเบียร์ก็ต้องชนแก้ว และต้องพูดว่า PROST (มีความหมายเช่นเดียวกับ Cheeer) โดยขณะที่พูดต้องมองตาเพื่อนร่วมวงด้วยคะ

คนเยอรมันชอบพูดเรื่องการเมือง ปรัชญาต่างๆ เพราะฉนั้นหากเจอกันครั้งแรกก็สามารถทักทาย และคุยเรื่องการเมืองกันได้อย่างอิสระเลยหละคะ

ในการรับโทรศัพท์ จำเป็นต้องบอกด้วยคะว่าใครเป็นคนรับสาย 

ร้านค้าส่วนใหญ่ในเยอรมันจะไม่รับบัตรเคดิต ทางทีดีพกเงินสดติดตัวดีกว่าคะ

หากนัดใครก็ต้องมาให้ตรงเวลานะคะ ห้ามสาย ถ้ามีธุระด่วนก็ควรแจ้งให้ทราบก่อน คนเยอรมันเป็นพวกตรงเวลามากๆคะ

ดอกลิลลี่ใช้สำหรับงานศพเท่านั้น อย่ามอบดอกลิลลี่ให้แก่คนเยอรมันเป็นอันขาด เพราะเป็นการแสดงกริยาไม่สุภาพคะ 

ส่วนดอกคาเนชั่นก็เช่นกัน เพราะดอกคาร์เนชั่น หมายถึง ความโศกเศร้า เสียใจ

การสัญจรโดยทางฟุตบาทต้องระวังเป็นพิเศษคะ เพราะบนฟุตบาทในเยอรมันจะมี 2 เลน ซึ่งแบ่งเเลนสำหรับเดิน และเลนสำหรับรถจักรยานคะ

การข้ามถนนต้องรอสัญญาณไฟ (อันนี้เป็นหลักพื้นฐานมากๆ) หากข้ามถนนสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะโดนจับและปรับได้คะ เพราะผิดกฎหมายคะ

ก็นี้แหละคะ เรื่องของคนเยอรมัน ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีโอกาสได้ไปเที่ยวเยอรมัน ก็อย่าลืม จำเรื่องพวกนี้ไปปฎิบัติกันนะคะ จะได้ไม่ทำผิดกฎเนอะ ^^

เพื่อนหลายคนแอบบ่นกันคะ ว่าเดินทางท่องเที่ยวไทย ที่ไร เซ็งกับปัญหารถติดทุกทีเลย แอบหงุดหงิด แต่เพื่อนรู้ไหมคะ ว่าประเทศไทยที่ว่ารถติดๆนี้ กลายเป็นเรื่องเด็กของคนรัสเซียไปเลย รู้ไหมคะทำไม ก็เพราะว่ารัสเซียเนี๊ย เป็นประเทศที่รถติดที่สุดในโลกเลยนะสิคะ

หากใครเคยซื้อตั๋วเครื่องบิน ไปยังกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซียแล้วหละก็ จะรู้เลยว่าหากต้องสัญจรโดยรถยนตร์หละก็ ต้องเพื่อเวลาไว้เลย อย่างน้อยๆ 3 ชั่วโมง ไม่ได้โกหกหรือพูดเล่นนะคะ เรื่องจริงคะ สาเหตุที่รัสเซียรถติดนั้น เพราะราคารถยนตร์เขาถูกมาก คันละแค่ 5 หมื่นบาทเท่านั้นเองคะ แล้วอีกสาเหตุหนึ่ง ก็เพราะช่วงหน้าหนาวที่รัสเซียจะหนาวมาก ติดลบ 20 องศาเลยทีเดียว ทำให้แทบไม่มีคนขี่มอร์เตอร์ไซค์เลยคะ

อีกสาเหตุหนึ่งที่น่าจะเกี่ยวกับการซื้อรถของคนรัสเซียก็คือ สมัยก่อนตอนที่รัสเซียยังเป็นคอมมิวนิสต์ หรือ สหภาพโซเวียนั้น คนที่จะมีรถได้จะเป็นพวกคนชั้นสูง ซึ่งประชากรลากหญ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมีรถคะ เพราะฉนั้นเมื่อสหภาพโซเวียล่มสลาย ประชากรก็เลยแห่กันไปซื้อรถมาขับนี้แหละคะ

เมื่อรถติดมากๆก็ย่อมมีคนเบื่อใช่ไหมคะ รัฐบาลก็เลยคิดแผ่นการลดจำนวนลดติดด้วยการ เชิญชวนให้ใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน และยังทำสถานนีรถไฟฟ้าใต้ดิน ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วยหละคะ โดยสถานนีที่สวยที่สุดก็คือ สถานนี Komsomolskaya (คอมโซโมสกามา) คะ

รถติดๆแบบนี้ก็นึกว่ามีแต่ในการ์ตูนเนอะ จริงๆแล้วก็มีเหมือนกัน ตอนนี้คนรัสเซียก็หันมาใช้รถไฟฟ้าใต้ดินมากขึ้นแล้วหละคะ เพราะ สถานนีออกจะสวยขนาดนั้น น่าภูมิใจจะตายเนอะ  แต่ก็ไม่รู้ว่าการจราจรบนท้องถนนจะหายติดขัดบ้างรึยังเนอะ ^^

วันนี้จะพาไปเที่ยวกับสถานที่ๆ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติ ได้สร้างสรรค์ไว้ให้เรา กับ Bay of Fundy ที่ประเทศแคนนาดา พร้อมแล้วก็ซื้อตั๋วเครื่องบิน ลุยโลด

Bay of Fundy หรือที่รู้จักกันในนาม “อ่าวฟันดี้” เป็นอ่าวที่ได้ชื่อว่ามีน้ำขึ้นสูงที่สุดในโลก คือ เวลาที่น้ำขึ้น น้ำจะขึ้นสู้ประมาณ 16.2 เมตร รวมถึงน้ำยังไหลเข้าออกจากอ่าวมากกว่า 100 พันล้านลิตรต่อวัน (โอววว แม่เจ้า)

เนื่องจากการมีกระแสน้ำที่ขึ้นลงกันอย่างรุนแรง ทำให้อ่าวฟันดี้ เกิดระบบนิเวซวิทยาที่เฉพาะตัว และทำให้หินที่ชายฝั่งมีรูปแบบที่หลากหลาย

อีกหนึ่งที่ๆเรียกได้ว่า เป็นมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติเป็นคนสร้างจริงๆคะ รับรองว่าธรรมชาติสมบูรณ์แน่นอนคะ ^^